ธรรมชาติของไก่พื้นบ้าน เมื่อฟักลูกไก่ออกแล้วยังต้องทำหน้าที่เลี้ยงดู โดยหาอาหารตามแม่ไก่จึงจะปล่อยให้
ลูกหากินตามอิสระ การที่แม่ไก่ต้องคอยเลี้ยงดูลูกไก่นั้น จะมีผลเสียเกิดขึ้นได้ดังนี้ ในระหว่างการลูกหากินตาม
อิสระ การที่แม่ไก่ต้องคอยเลี้ยงดูลูกไก่นั้น จะมีผลเสียเกิดขึ้นได้ดังนี้ ในระหว่างการ แม่ไก่จะหยุดการให้ไข่โดย
สิ้นเชิง ทำให้การออกไข่ของชุดต่อไปล่าช้า อัตราการตายของลูกไก่สูงขึ้น เนื่องจากสภาพอากาศแปรปรวนจาก
ร้อนจัดแล้วฝนตก ทำให้ลูกไก่ได้รับสภาวะเครียด ถ้าปรับตัวไม่ทันมักจะตาย ในแหล่งที่มีอาหารตามธรรมชาติ
ไม่เพียงพอย่อมทำให้ลูกไก่ได้รับอาหารไม่ครบถ้วนทำให้อ่อนแอ มีภูมต้านทานต่อโรคต่ำลง เป็นผลทำให้ลูกไก่ิ
ตายด้วยโรคแทรกซ้อนได้ง่ายจำนวนลูกไก่ที่ฟักได้ต่อปีต่อแม่ไก่ลดลง ผลเสียดังกล่าวข้างต้นโดยปกติเกษตรกร
มักมองข้ามและไม่ให้ความสนใจเท่าที่ควรเป็นเพราะราคาไม่สูงเหมือนกับสัตว์ใหญ่ชนิดอื่น ๆที่จำหน่ายได้ใน
ราคาสูง ๆ
อย่างไรก็ตามถ้าเกษตรกรจะยอมลงทุนบ้างและให้ความเอาใจใส่เพิ่มขึ้นอีกเล้กน้อยก็จะสามารถลดความสูญเสีย
ดังกล่าวได้มากพอควร ซึ่งอาจเพียงพอที่จะทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น วิธีการแก้ไขทำได้โดยการแยกลูกไก่
จากแม่ไก่มากเองภายในคอกไก่ การกกลูกไก่ คือการให้ความอบอุ่นแก่ลูกไก่โดยอาศัยความอบอุ่นจากหลอด
ไฟฟ้า หรือลวดร้อน หรือเตาถ่าน เป็นต้น ซึ่งก็เปรียบเสมือนบริเวณใต้ปีกไก่ของแม่ไก่ที่คอยให้ความอบอุ่นแก่ลูก ๆ
นั่นเอง อุปกรณ์และวัสดุที่ใช้สำหรับการกกลูกไก่ประกอบด้วย
วัสดุรองพื้นคอก ที่นิยมใช้คือ แกลบเพราะหาได้สะดวก หรือจะเป็นพวกขี้เลื่อย หรือฟางข้าวแห้งนำมาตัดเป็นท่อน ๆ ยาวพอประมาณก็ได้ แผงกั้นกกลูกไก่ อุปกรณ์ชนิดนี้มีไว้สำหรับจำกัดบริเวณลูกไก่ให้อยู่เฉพาะบริเวณที่มีความ
อบอุ่นและมีอาหาร ลูกไก่แรกเกิดนั้นจะยังไม่คุ้นเคยว่าบริเวณใดอบอุ่นถ้าไม่มีแผงกั้นกกลูกไก่อาจเดินหลงไปตาม
มุมคอกไก่ซึ่งความอบอุ่นไปไม่ถึงย่อมส่งผลสูญเสียต่อการเลี้ยง
แผงกั้นกกอาจทำจากไม้ไผ่หรือวัสดุชนิดใดก็ได้ที่
กั้นแล้วลูกไก่ลอดผ่านไม่ได้โดยมากมักวางแผงกั้นกกเป็นรูปวงกลมจะดีกว่าวางเป็นรูปเหลี่ยมหลอดไฟฟ้าหลอดไฟ
100วัตต์พร้อมฝาโป๊ะ 1 ชุดสามารถใช้กกลูกไก่ได้ประมาณ 10 - 50 ตัว แต่ในหมู่บ้านที่ยังไม่มีไฟฟ้าอาจดัดแปลงใช้
เตาถ่านที่ยังมีความร้อนอยู่วางไว้บริเวณกึ่งกลางของแผงกั้นกกแล้วใช้แผ่นสังกะสีล้อมรอบเตาถ่ายนั้นไว้อีกชั้นเพื่อ
ป้องกันไม่ให้ลูกไก่เดินชน หรือโดดลงไปในเตาถ่าน
ม่านกั้นคอกไก่ มีไว้สำหรับป้องกันไม่ให้ลมฝนผ่านเข้าในคอกในระยะการกก ม่านนั้นอาจทำจากวัสดุเหลือทิ้ง เช่น
พวกถุงปุ๋ยเก่า ๆ หรือพวกพลาสติกซึ่งต้องนำมาล้างให้สะอาดก่อนนำมาทำเป็นม่านที่ให้น้ำและอาหารอาจทำจาก
ไม้ไผ่ผ่าซีก หรือทำจากยางรถจักรยานหรือมอเตอร์ไซด์เก่า ๆ ก็ได้ แต่ขนาดของยางไม่ควรกว้างและลึกเกินไป
การกกลูกไก่นั้น จะใช้เวลาประมาณ 3 - 5 สัปดาห์ ส่วนในฤดูร้อนจะใช้เวลาประมาณ 3 สัปดาห์ การกกในฤดูร้อน
ในช่วงกลางวันไม่จำเป็นต้องเปิดกกเพราะอุณหภูมิสูงอยู่แล้ว บางครั้งยังต้องเปิดม่านเพื่อให้ลมพัดผ่านระบายความ
ร้อนภายในคอกออกไปด้วย ส่วนในเวลากลางคืน ควรเปิดกกและปิดม่านให้เรียบร้อย
การอนุบาลลูกไก่ชน
ปัญหาการเลี้ยงไก่ แล้วลูกไก่มักจะตายมากกว่าการรอด การเลี้ยงไก่ชนนั้นไม่ง่ายอย่างที่คิด การอนุบาลลูกไก่
โดยเฉพาะหน้าฝน เป็นช่วงที่เลี้ยงลูกไก่ยากมากเพราะลูกไก่มักจะเป็นหวัด แล้วโรคอื่นๆจะแทรกประกอบกับเป็น
ช่วงฤดูฝนทำให้เชื้อโรคทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัสต่างๆแพร่กระจายได้รวดเร็วที่สุดการเลี้ยง
หรืออนุบาลลูกไก่มีข้อควรพิจารณาดังต่อไปนี้
ต้องให้ความอบอุ่นเพียงพอในกรณีที่เลี้ยงเองไม่ได้ให้แม่ของมันเลี้ยงโดยการกกไฟและอยู่ในสุ่มไม่ให้ถูกละออง
ฝนหากให้แม่มันเลี้ยงต้องขังสุ่มไว้ในที่ไม่โดนฝนหากให้แม่มันเลี้ยงแล้วปล่อยให้แม่ของมันพาไปตากลมตากฝน
ก็มีโอกาสเป็นหวัดได้ง่ายต้องมีการทำวัคซีน ให้ครบถ้วนตามกำหนดเวลาที่กรมปศุสัตว์กำหนด คือ
นิวคาสเซิลทำวัคซีนนิวคาสเซิลเมื่อลูกไก่มีอายุ 3 - 7 วัน โดยการหยอดจมูกหรือตาของลูกไก่จำนวน 2 - 3 หยด
เมื่อครบ 3 เดือนทำอีกครั้งหนึ่งหลอดลมอักเสบ ทำวัคซีนหลอดลมอักเสบ เมื่อลูกไก่อายุได้ 7 - 15 วันโดยการ
หยอดจมูกหรือตา จำนวน 2 - 3 หยดหวัดหน้าบวมทำวัคซีนหวัดหน้าบวมเมื่อลูกไก่อายุได้ 2 เดือนโดยการฉีด
เข้าใต้ผิวหนังตัวละ 0.5 ซีซีอหิวาต์ทำวัคซีนอหิวาต์เมื่อลูกไก่อายุได้ 3 เดือนโดยการฉีดเข้าใต้ผิวหนังตัวละ1.0 ซีซี
ข้อควรระวังในการทำวัคซีนการทำวัคซีนทุกครั้งโดยเฉพาะเชื้อเป็นควรทำในที่ร่มอย่าทำในที่แดดจ้าเพราะจะทำให้
วัคซีนเสื่อมการทำวัคซีนทุกครั้ง โดยเฉพาะเชื้อเป็นต้องทำให้เสร็จภายใน 1 ชั่วโมงหากเกินกำหนดวัคซีนจะเสื่อม
อย่าเทวัคซีนที่เหลือลงพื้นดิน เพราะจะทำให้เชื้อนั้นเจริญเติบโตได้ในที่ชื้นแฉะกลายเป็นเชื้อโรคแพร่ระบาดต่อไป
วัคซีนต้องเก็บไว้ในอุณหภูมิไม่เกิน 5 - 8 องศาเซลเซียส มิฉะนั้นวัคซีนจะเสื่อมการทำวัคซีนต้องทำกับไก่ที่มีสุข
ภาพแข็งแรง หากทำในไก่ที่ไม่สบายเช่นเป็นหวัด ถือเป็นข้อห้ามเพราะเท่ากับไปเพิ่มเชื้อโรคในไก่ทำให้ไก่
อ่อนแอ บางครั้งถึงตายได้การทำวัคซีนไก่รุ่นและไก่ใหญ่ที่ไม่เคยทำวัคซีนมาตั้งแต่เล็กบางตัวจะมีการแพ้
ดังนั้นควรให้กินยาพาราเซทตามอล สักครึ่งเม็ดหลังจากทำวัคซีนโดยเฉพาะวัคซีนนิวคาสเซิลชนิดที่แทงปีก
หรือฉีดเข้าใต้ผิวหนังรวมทั้งชนิดเชื้อตายด้วย
การให้อาหารลูกไก่ชน
การให้อาหารลูกไก่สำคัญมาก เพราะลูกไก่ต่างอายุกัน ย่อมมีความต้องการอาหารที่แตกต่างกันวิธีให้อาหาร คือ
ลูกไก่อายุ 1 วัน เมื่อเอาลงมาจากรังไข่ ยังไม่ต้องให้อาหาร เพราะลูกไก่มีอาหารสำรองอยู่ในกระเพาะแล้ว
ควรให้กินแต่น้ำสะอาด และนำกรวดทรายเม็ดเล็กๆ มาวางไว้เพื่อให้ลูกไก่หัดจิกกินลูกไก่อายุ 2 - 7 วันควรให้กิน
ปลายข้าวผสมกับหัวอาหารให้ทั้งเช้าและเย็นแต่ควรให้กินครั้งละน้อยๆเท่าที่ลูกไก่กินหมดภายใน 3 - 5นาทีเท่านั้น
นำน้ำสะอาจและกรวดทรายเล็กๆมาวางไว้ให้ลูกไก่กินตลอดเวลาลูกไก่อายุ 2 สัปดาห์ ช่วงนี้ลูกไก่สามารถหาอาหาร
อย่างอื่นกินได้บ้างแล้ว แต่ก็ควรให้ปลายข้าวผสมหัวอาหาร อาหารหยาบ เช่น รำละเอียดผสมกับปลายข้าวกากถั่ว
ข้าวโพดบด ปลาป่น กระดูกป่น เปลือกหอยป่นโดยผสมตามสูตรดังนี้ กระดูกป่น 0.1 กิโลกรัมเปลือกหอยป่น
0.2 กิโลกรัม
อาจผสมเกลือแกงลงไปประมาณ 1 ช้อนชา ผสมพรีมิกซ์ไวตามินลงไปด้วยสักเล็กน้อยควรหาเศษผัก
หรือหญ้าสดมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆโปรยให้ไก่กินวันละ 1-2 ครั้ง ที่สำคัญมากที่สุดก็คือน้ำสะอาด
ต้องมีตลอดเวลา
คอยมั่นทำความ สะอาดบริเวณที่นอนของลูกไก่อย่าให้สกปรกหมักหมมควรให้ลูกไก่ถูกแสงแดดบ้างทั้งเช้าและเย็น
ลูกไก่อายุย่างเข้า 3 - 6 สัปดาห์ ลูกไก่ที่อยู่ในระยะนี้ขนจะขึ้นสมบูรณ์แล้ว และที่สำคัญจะเริ่มมีการจิกกัน
อาหารผักสดยังคงให้เหมือนเดิม อาจจะเพิ่มกรวดทรายให้กินเป็นอาทิตย์ละ 2 ครั้ง
ลูกไก่อายุ 7 - 8 สัปดาห์
ไก่ในช่วงเวลานี้จะเจริญเติบโตมากขึ้นกว่าเดิม ควรแยกตัวผู้ และ ตัวเมียออกจากกัน ถ้าต้องการจะนำตัวผู้ไปตอน
ก็ควรทำเสียตอนนี้เลย สำหรับการเลี้ยงดูควรให้อาหารและน้ำอย่างเพียงพอ คอยทำความสะอาดกรง
หรือโรงเรือนอยู่เสมอ ไม่เช่นนั้นไก่จะไม่สบายตัว
ลูกไก่อายุ 9 - 10 สัปดาห์ระยะนี้การให้อาหารง่ายมากควรให้กินข้าวเปลือกได้แล้วอย่างน้อยวันละครั้งในตอนบ่าย
ปล่อยไว้ที่ลานซึ่งเป็นพื้นดินและพื้นหญ้าควรปล่อยให้หาอาหารเองตามธรรมชาติควรเสริมอาหารเมื้อเช้าและเมื้อ
เที่ยงให้ด้วย มื้อเช้าให้จำพวกผักและเนื้อสัตว์ ตอนเที่ยงควรเป็นข้าวสารมื้อเย็นเป็นข้าวเปลือกเมื่อย่างเข้าฤดูร้อน
และฤดูฝนไก่มักขาดสารอาหารควรให้อาหารเสริม เช่น ใบกระถินโดยนำไปตากแห้ง แล้วนำไปแช่ลงในน้ำ
สะอาด 1 วัน เพื่อลดสารพิษ เป็นการช่วยเสริมสารอาหารแก่ไก่เป็นอย่างดี
ลูกไก่อายุ 10 สัปดาห์เป็นต้นไป เมื่อโตถึงขั้นนี้แล้วจะมีความสามารถหาอาหาร ตามธรรมชาติได้เป็นอย่างดี
แต่ระยะนี้ไก่ให้ผลผลิตเพื่อสืบพันธุ์ไก่จึงมีความต้องการอาหารเพิ่มมากขึ้นกว่าปกติ
ควร ให้ปลายข้าว รำ
ข้าวเปลือก เปลือกหอย กระดองปู เพื่อให้มีการเสริมธาตุ อาหารแคลเซียมยมและฟอสฟอรัสเมื่อได้มาแล้วให้
นำมาทุบให้ละเอียดใส่ภาชนะตั้งทิ้งไว้ให้ไก่กินได้ ตลอดจะเป็นผลดีต่อสุขภาพของไก่
การออกกำลัง
กายลูกไก่ชน
การฝึกให้ไก่ออกกำลังเป็นเทคนิคหรือวิธีหนึ่งในการเลี้ยงไก่ให้เก่ง ไก่จะเก่งได้ต้องมีองค์ประกอบหลายอย่าง
กระดูกข้อต่อและกล้ามเนื้อของไก่เป็นสิ่งที่สำคัญการฝึกไก่ให้ออกกำลังเป็นการบริหารกล้ามเนื้อกระดูกและข้อ
ต่อ ทำให้กล้ามเนื้อของไก่แน่นแข็งแรง พร้อมสำหรับการเคลื่อนไหวในทุกลีลาชั้นเชิง การฝึกไก่ให้ออกกำลัง
สามารถทำได้ตั้งแต่ไก่ยังอายุน้อยเพื่อเป็นการวางรากฐานโครงสร้างที่ดีให้กับลูกไก่
การฝึกไก่ให้ออกกำลัง
นอกจากจะทำให้ไก่มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมกระตุ้นพัฒนาการทางด้านสติปัญญา
ของลูกไก่ได้อีกทางหนึ่งด้วย วิธีการฝึกลูกให้ออกกำลังมีหลายวิธี ดังนี้
ติดดั้งและหมั่นปรับระดับภาชนะใส่น้ำให้สุงขึ้นตามความสูงของไก่ ปรับให้สุงประมาณระดับสายตาของไก่
(ขณะที่ไก่ยืนยืดคอชูคอ) เวลาจะกินน้ำไก่จะเขย่งขา ยืดตัว ยืดอกและคอ ทำให้ไก่ได้ออกแรงยืดเส้นยืด
สายเป็นการบริหารขาและคอไปด้วยขณะกินน้ำเมื่อไก่ยืดคอบ่อยๆเป็นประจำจะทำให้ไก่เคยชินจนติดเป็นนิสัย
อาจส่งผลดีไปถึงชั้นเชิงของไก่ ทำให้ไก่ไม่ก้มหัวลงต่ำเวลาชน เป็นการส่งเสริมให้ไก่มีเชิงคุมบนซึ่งเป็น
หว่านอาหารลงบนพื้นดินให้ลูกไก่คุ้ยเขี่ยจิกกิน การให้อาหารไก่แบบใส่ภาชนะหรืองรางใส่อาหารแต่เพียง
อย่างเดียว อาจทำให้ไก่ไม่ค่อยได้ใช้ขาไม่ได้บริหารกล้ามเนื้อขา ผู้เลี้ยงไก่ชนควรหว่านอาหารลงบนพื้น
ดินบ้าง เพื่อให้ไก่ได้คุ้ยเขี่ยจิกหาอาหารที่ซุกซ่อยอยู่ตามพื้นดินทำให้ไก่ได้ออกกำลังทำให้กระดูกและ
กล้ามเนื้อขาของไก่แข็งแรง ไม่เป็นไก่ขาอ่อนอีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นพัฒนาการทางด้านสายตาให้กับลูก
ไก่ได้อีกทางหนึ่งด้วย
เอาอาหารที่ไก่ชอบโยนให้ลูกไก่กินบ้าง หากทำเป็นประจำได้ก็ยิ่งดี การเลี้ยงลูกไก่ไว้ในบริเวณที่จำกัด เช่น
ในเล้าตาข่ายหรือในสุ่มอาจทำให้ไก่ไม่ค่อยได้วิ่งออกกำลัง วิธีการหนึ่งในการแก้ไขปัญหานี้ก็คือการเอาแมลง
หรืออาหารแปลกๆ ที่ไก่ชอบโยนให้ไก่กินไก่จะวิ่งไล่จับแมลงและวิ่งไล่แย่งอาหารกันเอง ทำให้ไก่ได้ออกกำลัง
ตัวอย่างแมลงที่ไก่ชอบ ได้แก่ แมลงกระชอน ตะขาบ เขียด จิ้งจก จิ้งหรีด เป็นต้น(หากอาหารชิ้นใหญ่กว่าปาก
ไก่จะดีมากๆ เพราะในการจิกอาหารชิ้นใหญ่ ต้องใช้เวลามาก ทำให้ลูกไก่วิ่งไล่แย่งอาหารกันได้นานขึ้น)
ผูกอาหารที่ไก่ชอบห้อยไว้ในเล้าตาข่ายหรือในสุ่ม โดยห้อยไว้ที่ระดับความสูงพอประมาณ ให้ไก่สามารถ
กระโดดและบินถึงได้ เมื่อไก่เห็นอาหารห้อยอยู่บนที่สูง ไก่ก็จะกระโดดและบินขึ้นจิกอาหารครั้งแล้วครั้งเล่า
ทำให้ไก่ได้ออกกำลังแทบทุกส่วน โดยเฉพาะกล้ามเนื้อคอ ขา และปีกอีกทั้งยังได้ฝึกการใช้ปากจิกอาหาร
การใช้สายตาเพ่งเพื่อจู่โจมเป้าหมาย เป็นการเพิ่มประสบการณ์และความชำนาญให้กับลูกไก่ได้อีกทาง
หนึ่ง ตัวอย่างอาหารที่ไก่ชอบกินได้แก่ แตง ผักกาด ตลอดจนผักใบเขียวต่างๆ กล้วยแมลงกระชอนตะขาบ
เขียด จิ้งหรีด เป็นต้น(แมลงที่ดิ้นไปมาจะเรียกความสนใจของไก่ ทำให้ไก่อยากรู้อยากลองมากขึ้น)
ทำคอนให้ไก่เหยียบ ลูกไก่มักมีความซุกซนอยากรู้อยากเห็นอยู่ในตัวเองอยู่แล้ว หากเราทำคอนหรือกิ่งไม้
ไว้ในเล้าตาข่ายหรือในสุ่ม ลูกไก่จะกระโดดบินขึ้นไปเหยียบเกาะบนคอนที่สูง ทำให้ไก่มีโอกาสได้ออก
กำลังตลอดเวลา ลูกไก่จะได้บริหารทั้งกล้ามเนื้อ กระดูก ปีกและขา ทำให้ไก่มีกำลังขา ไม่เป็นไก่ขาอ่อน
ปีกก็แข็งแรงทำให้ไก่จิกบินตีได้อย่างคล่องแคล่วว่องไว
|