ไก่ชนสยาม ดอท คอม ยินดีรับฝากข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับไก่ชน ส่งมาที่ E mail : wind@kaichonsiam.com

 
 
หน้าแรก การเลี้ยงไก่ชน พันธุ์ไก่ชน เว็บบอร์ดไก่ชนสยาม คลิปไก่ชน ตลาดนัดไก่ชน ฟาร์มไก่ชน
 
 
โปรโมทฟาร์ม & ซุ้มไก
Review
ซุ้ม กบินทร์บุรี
แนะนำสนามชนไก่
สนามชนไก่สหกรณ์บ้านเขว้า
 
สนามชนไก่ธารทิพย์ฟาร์ม
สนามชนไก่อินโดจีัน
สนามชนไก่ฝนจางชลบุร
สนามชนไก่สหกรณ์บ้านเขว้า
สนามชนไก่ประสพโชค
สนามชนไก่แก้วโคกกรวด
สนามชนไก่สะพานสูง
สนามชนไก่เขียวมรกต
สนามชนไก่กาดสมานชัย
สนามชนไก่บัวหลวงธาน
สนามชนไก่ลาดหลุมแก้ว
สนามชนไก่ป.บางเลนนครปฐม
สนามชนไก่แม่ย่อยหลวง
สนามชนไก่เพชรน้ำหนึ่ง
สนามชนไก่ดอยทอง
สนามชนไก่บ้านแหลม
สนมไก่ชนนายปริญญา
สนามชนไก่มหาลาภ
สนามชนไก่ท่าเกษม
สนามชนไก่เทิดไท
สนามชนไก่ภูมิไพลิน
สนามชนไก่ คลอง8
สนามชนไก่ ส.สมโภชน์
ซุ้มกบินทร์บุรี  Update
ฟาร์ม โชคบัญชา
ซุ้ม ป.กัมปนาท
ซุ้มโชคสามชัย
ฟาร์มไก่ชนลำปำ
ซุ้ม ต.ปานมีชัย ลำพูน
ซุ้มยอดชัย
ฟาร์มไก่ชน ท่าเกษม
เหมราชฟาร์ม
มณีแดง ฟาร์ม
ซุ้มตรีเพชร ฟาร์มไก่ชน
วายุ ฟาร์มไก่ชน
ฟาร์มไก่ชนพม่าพระราม2
ภัทร ฟาร์มไก่ชน
ซุ้มไก่ชนอาลาดิน
ซุ้มไก่ชนไฉนดอนเมือง
เชิงตราดไก่ชนฟาร์ม
โคคาโคล่าฟาร์ม
ไก่ชนเหล่าพนมไพร
ต.โอซีฟาร์ม
ทรัพย์กอบโชคฟาร์ม
เก้าสิงห์ทองฟาร์ม
แป๊ะไซง่อนบางเลน นครปฐม
ฟาร์มไก่เพชรชาววัง
เพชรหนามพรหม
เพชรวัดน้ำฟาร์ม
พญาเสือฟาร์ม
ซุ้มแรงเยอร
ส.แสงทองฟาร์ม
ฟาร์ม ศ. เอกเจริญ
ไก่ชนส.เทพประทาน
ซุ้มไก่ ช. นำชัย
ซุ้ม พ. อิมพอร์ต
ซุ้ม พรหมลิขิต
ซุ้ม ส.มีสุวรรณ
ซุ้ม ส. ปิยะทรัพย
ซุ้ม ส. นันทนัช
ซุ้ม ต. ชัยณรงค
ซุ้มอนันต์ เรืองโรจน
ซุ้มฉกัญจน
ซุ้มโชคชาววัง
ชุมพลฟาร์มไก่ชน
ซุ้มพลอยชมพ
สุพร 101 ฟาร์มไก่ชน
สุปัญญาฟาร์มไก่ช
ต้นกำแพงฟาร์ม 
ซุ้ม กิตสานานัยไก่ชน 
ไก่ชนกรุงเทพ
ไก่ชนคนบ้านเฮา
ไก่ชนเนเจอร
ซุ้มพญาเจ้าฟ้า
ซุ้ม ว.วิวัฒนานนท
ซุ้ม เพชรปากช่อง
ซุ้ม จงอางศึก
ซุ้ม เพชรดอยเต่า
ซุ้ม เมียหลวง
ญาณิศาฟาร์ม
โดนัทฟาร์มไก่ชน
ซุ้มต้นแสนแปดริ้ว
ธีรดาฟาร์มไก่ชน
บ้านไก่ชนฟาร์มไก
เพชรงามกาฬสินธุ์ ไก่ชน
สุดยอดฟาร์ม ไก่ชน
เพชรสุราษฎร์ฟาร์ม ไก่ชน
เพชรแคนทองฟาร์ม
เมืองแพร่ฟาร์มไก่ชน
ม่สะเรียง-มงคลทองไก่ชน
ยอดระกาฟาร์มไก่ชน
ศิริกุลไก่ชน
ศิวัดตราไก่ชน
อ.วิชัยฟาร์มไก่ชน
อ.อนุรักษ์ฟาร์มไก่ชน
สิงห์ลำพองฟาร์มไก่ชน
กิตติภพฟาร์มไก่ชน
ซุ้มเพชรยืนยง
แม่เฉยไก่ชน
อาณาจักรกรุงเทพฯไก่ชน
ซุ้มทับทิมไก่ชน
ซุ้มศ.ศุภศิริ
ซุ้มทรัพย์ศรีสกุลชัย
ไก่ชน ทัพพ์เทวา
ซุ้ม อ.ยิ่งใหญ่
ซุ้ม ช.คลาสสิค
ซุ้ม เพชรเวียงแจ่มไก่ชน
 
กติกาการชนไก
การเลี้ยงก่อนนำไปชน
เทคนิคการเปรียบไก่ชน
การรักษาไก่ชน
การดูแลหลังชนไก
สมุนไำพร่ไก่ชน
การเพาะพัฒนาสายพันธ์
การเลี้ยงลูกไก่ชน
เทคนิคดูไก่เก่ง
ย้อนรอยไก่ชนไทย
อุปกรณ์ไก่ชน
ปฎิทินไก่ชน
อัพเดทสนาม
ชุมชนคนรักไก่ชน
สมุดสนามชนไก่ต่างๆ
สายพันธุ์ไก่ชน
พันธุ์ไก่พื้นเมือง
พันธุ์ไก่ชน
ไก่เหล่าป่าก๋อย
ไก่สายพันธุ์พม่า
ไก่สายพันธุ์ไซ่ง่อน
ก่สายพันธุ์ไทย100
เกล็ดไก่ชนแบบต่างๆ

 

 

 

กู้ 30,000 ผ่อน 917 บาท x 60 เดือน ฟรีค่าธรรมเนียมจัดการเงินกู้
 
....การเพาะพัฒนาสายพันธุ์ไก่ชน

เรื่องของไก่ ใครว่าไม่สำคัญ

                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                 นับเป็นเวลาหลายพันปีมาแล้วที่มนุษย์ได้จับ ไก่ป่าเพื่อนำมาเลี้ยงเป็น ไก่บ้าน
ในประเทศจีนมีการเลี้ยงไก่กันมาประมาณ กว่า 3,000 ปี
ไก่ที่เลี้ยง ณ กรุงบาบิโลน ได้ถูกนำไปจากอินเดียเมื่อ 2,500 ปี หลังจากนั้นอีกราว 100 ปี
ต่อมาก็ขยายพันธุ์ไป ที่ประเทศกรีซ ที่กรุงโรมพบว่ามีการเลี้ยงไก่มาตั้งแต่ก่อนคริสต์ศตวรรษ
แต่การเลี้ยงไก่กันอย่างจริงจังนั้นเริ่มมาเมื่อประมาณกว่า 100 ปีนี้เอง และสิ่งที่ช่วยให้การเลี้ยง
ไก่แพร่หลายในอดีต ก็คือ การชนไก่ ซึ่งเป็นได้ทั้งเกมกีฬาและการพนันที่นับว่าเป็นสิ่งจูงใจของ
นักเลี้ยงไก่ทั่วไปต่อมามนุษย์มีความต้องการอาหารเพิ่มมากขึ้นเนื้อและไข่ของไก่ซึ่งมีรสชาติอร่อย
ให้คุณค่าทางอาหารสูงจึงได้รับความนิยมเป็นอย่างยิ่ง ทำให้มีการพัฒนาสายพันธุ์ไก่เรื่อยมา จน
กระทั่งมีการเลี้ยงขยายพันธุ์ไปทั่วโลก
ต้นตระกูลของไก่
ไก่ เป็นสัตว์ปีกประเภทนกต้นตระกูลมาจากสัตว์เลื้อยคลานดังปรากฏพบหลักฐานจากซากดึกดำบรรพ์
ของนกชนิดแรกในโลกที่แคว้นบาวาเรียประเทศเยอรมันเมื่อปี ค.ศ.1861ซากดังกล่าวมีอายุ ประมาณ
130ล้านปีมีลักษณะกึ่งนกกึ่งสัตว์เลื้อยคลาน คือที่ปากมีฟันมีเล็บยื่นออกมาจากปลายปีกและมีกระดูก
หางยาวซึ่งเป็นลักษณะของสัตว์เลื้อยคลานในขณะเดียวกัน ก็มีขนปกคลุมลำตัวเช่นเดียว
กับนกในปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์เรียกซากนี้ว่า“ อาร์คีออพเทอริกซ์ ”จาก “ อาร์คีออพเทอริกซ์ ”
ได้พัฒนาการสืบทอดต่อกันมาจนกระทั่งกลายเป็นนกที่มีขนาดของรูปร่างสีและอุปนิสัย
ที่แตกต่างกันออกไปกว่า9,000ชนิดสามารถจัดเป็นกลุ่มใหญ่ๆได้27อันดับและ1ใน 27 อันดับ
คือGalliformesซึ่งเป็นอันดับของไก่ป่าไก่งวงไก่ต๊อกไก่ฟ้าฯลฯและถ้าแยกไก่เหล่านี้ออกเป็นวงศ์
ไก่ป่าและไก่ฟ้าจัดอยู่ในวงศ์Phasianidaeไก่ต็อกอยู่ในวงศ์Numididdaeและไก่งวงอยู่ในวงศ์
Meleagrididae
ไก่ป่า ( Jungle fowl )
                                                                                                                                                                                                                         มีลักษณะสำคัญที่ผิดกับนกชนิดอื่นๆ คือ บนหัวมีหงอนที่มีลักษณะเป็นเนื้อไม่ใช่หงอนที่เป็นขน
มีเหนียงสองข้างห้อยลงมาที่โคนปากและคางที่บริเวณหน้าและคอนั้นมีลักษณะเป็นหนังเกลี้ยงๆไม่มีขน
ส่วนขนตามตัวทั่วๆ ไปมีสีสันสวยงาม ขนหางตั้งเรียงกันเป็นสันสูงตรงกลางมีขนหาง14 – 16 เส้นเส้นกลาง
ยาวปลายแหลมและอ่อนโค้ง แข้งมีเดือยข้างละอันเป็นอาวุธ ตัวเมียมีขนาดเล็กกว่าตัวผู้และสีขนไม่ฉูดฉาดสวยงาม
เท่าตัวผู้ แข้งไม่มีเดือย หงอนและเหนียงมีขนาดเล็กมากจนกระทั่งบางตัวแทบจะไม่มี ไก่ป่า
มีถิ่นกำเนิดอยู่ในเทือกเขาหิมาลัย ตลอดไปจนถึงประเทศจีน เกาะไหหลำ อินเดีย พม่า ไทย ลาว เขมร เวียดนาม
มาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ไก่ป่า เป็นบรรพบุรุษของ ไก่บ้าน แตกต่างกันตรงที่ไก่ป่า
มีขาเป็นสีเทาและตรงบริเวณโคนหางมีสีขาวเห็นเด่นชัด
     ในอดีต ตั้งแต่สมัยก่อนกรุงสุโขทัยเป็นต้นมาจนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ประเทศไทยยังมีป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์และมีสัตว์ป่า
มากมายหลายประเภทโดยเฉพาะนกชนิดต่างๆการล่านกเพื่อเป็นอาหารนับว่าเป็นเรื่องปกติของชาวบ้านทั่วๆไป
และถือว่าเป็นอาชีพอย่างหนึ่งทำให้นกหลายชนิดต้องสูญพันธุ์ไปอย่างน่าเสียดายในจำนวนนกที่ถูกล่าเพื่อเป็นอาหารนั้น
ไก่ป่า ซึ่งเป็นนกประเภทหนึ่งที่มีอยู่อย่างชุกชุมถูกล่ามากที่สุด เนื่องจากว่าเนื้อมีรสอร่อย ถ้าไม่สังเกตให้ดี ไก่ป่า
จะไม่มีความแตกต่างจากไก่บ้านมากนักเนื่องจากว่าไก่บ้านสืบสายพันธุ์มาจากไก่ป่าโดยมนุษย์ได้นำไก่ป่า
มาเลี้ยงไว้เพื่อเป็นสัตว์ในครัวเรือนเป็นเวลานานกว่า4,400ปีนอกจากจะเรียกนกชนิดนี้ว่าไก่ป่าแล้วบางครั้งยังเรียกว่าไก่
เถื่อน อีกด้วย ปัจจุบันไก่ป่าเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองประเภทที่ 2
   ถึงแม้ว่าไก่ป่าจะถูกตามล่าอยู่เป็นประจำแต่เนื่องจากไก่ป่ามีการขยายพันธุ์อย่างรวดเร็วจำนวนของไก่ป่าตามธรรมชาติ
จึงคงมีเหลืออยู่อีกเป็นจำนวนมาก และจัดเป็นนกประจำถิ่นที่พบได้ทั่วทุกภาค ตั้งแต่บนที่ราบต่ำจนถึงระดับความสูง 1,800 เมตร
ในต่างประเทศเคยพบที่ระดับความสูง 2,000 เมตร ซึ่งนับว่าสูงมากทีเดียว ไก่ป่าดั้งเดิมมีอยู่ 4 ประเภท คือ
1. ไก่ป่าไทย หรือ Red Jungle fowl ตัวผู้มีลักษณะที่สำคัญ คือ หน้าอกและใต้ท้องมีสีดำ ตัวเมียหน้าอกสีน้ำตาลแกมแดง
บนหลังมีลายเลือนๆไม่ชัดเจน พบในเอเซีย เช่น อินเดีย พม่า ไทย อินโดนีเซีย
สำหรับ ไก่ป่าไทย ในประเทศไทยแยกออกเป็นชนิดย่อยอีก 2 ชนิด คือ
                                                                                                                                                                                                                                 - ไก่ป่าตุ้มหูขาวหรือไก่ป่าอีสาน
                                                                                                                                                                                                                                         - ไก่ป่าตุ้มหูแดงหรือไก่ป่าพันธุ์พม่า
2. ไก่ป่าลังกา หรือ La Fayette’s Jungle fowl ตัวผู้มีสีแดงแทบจะทั้งตัว หน้าอกและใต้ท้องก็เป็นสีแดงผิดกับไก่ป่าไทย
ซึ่งหน้าอกและใต้ท้องมีสีดำปลายปีกและหางสีดำแกมม่วง ตุ้มหูขาวตัวเมียหน้าอกเป็นลายเลือนๆสีน้ำตาล
ปลายปีกและหางมีลายขวาง มีเฉพาะในเกาะลังกา
3. ไก่ป่าอินเดีย หรือ Sonnerat’s Jungle fowl ตัวผู้ขนสร้อยคอกลมมนและมีจุดขาวๆ บนหลัง หน้าอกและใต้ท้องเป็นสีเทา
มีลายตามขอบขนดำๆ ปลายปีกและหางดำแกมเขียว แข้งสีดำ ตุ้มหูแดง ตัวเมียหน้าอกขาวลายขอบขนดำ ปีกและหาง
มีลายเลือนๆมีในภาคกลางและภาคใต้ของอินเดีย
4. ไก่ป่าชวา หรือ Green Jungle fowl ตัวผู้ขนสร้อยคอสั้นและกลมมนสีเขียว ตัวเมียหน้าอกสีน้ำตาลคล้ำ
ส่วนบนของลำตัวมีลายดำทั่วไป มีในเกาะชวาและหมู่เกาะเล็กๆทางทิศตะวันออก
   จาก ไก่ป่า ได้พัฒนาเรื่อยมาจนกระทั่งกลายเป็น ไก่อู ซึงเป็นต้นตระกูลของ ไก่ชน ในระยะเริ่มแรก ไก่อู มีหลายสี รูปร่าง
มีขนาดใหญ่แต่ปราดเปรียวไข่ดกและมีเนื้อมากเมื่อถูกนำมาเป็นไก่ชนจะมีความทรหดอดทน แข็งแรง
และมีความทนทานในการต่อสู้
ไก่ป่า
ซึ่งเป็นจอมจักรพรรดิของกรีก ได้กรีธาทัพแผ่อิทธิพลขยายอาณาจักรเข้ามายังประเทศอินเดีย
มีเรื่องเล่ากันว่าแม่ทัพนายกองได้เห็น การชนไก่ ที่อินเดีย จึงได้นำ ไก่ชน ไปขยายพันธุ์ ณ เมือง
อเล็กซานเดรีย ซึ่งอยู่ริมฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน หลังจากนั้นได้นำไก่ที่ขยายพันธุ์ได้ไปฝึกให้มีชั้นเชิงการต่อสู้แบบโรมัน
เพื่อนำไปต่อสู้ในสนามโคลีเซียม
                                                                                                                                                                                         เมื่ออังกฤษปกครองอินเดียได้นำ ไก่ชน จากอินเดียเข้าไปเผยแพร่ในอังกฤษ โดยยอมรับว่า กีฬาไก่ชน เป็นเกมกีฬาที่ควร
ได้รับความนิยมจากบุคคลชั้นสูงเช่นเดียวกับการแข่งม้าและฟันดาบ นอกจากนี้ กีฬาชนไก่ยังได้เผยแพร่เข้าไป
ในประเทศสหรัฐอเมริกาอีกด้วย
ไก่ชนในเอเซีย
กีฬา ไก่ชน หรือ ตีไก่ ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในประเทศแถบเอเซีย เช่น ไทย พม่า ลาว เขมร มาเลเซีย
ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย การชนไก่ ในแถบเอเซียมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน และเชื่อว่า ไก่ชน มีพัฒนาการมาจาก
ไก่ป่า ซึ่งมนุษย์นำมาเลี้ยงไว้เพื่อเป็นอาหารประจำบ้าน เมื่อ ไก่ป่า มาอยู่กับคนนานเข้าก็ขยายพันธุ์เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก
นิสัยประจำตัวของไก่คือหวงถิ่นที่อยู่ ถ้ามีไก่ตัวอื่นๆ ข้ามถิ่นเข้ามาก็จะออกปกป้องที่อยู่อาศัยหรือเมื่อมีการ
แย่งผสมพันธุ์กับตัวเมีย ไก่ตัวผู้ก็จะตีกัน ซึ่งทำให้เกิดการถือหางกันระหว่างเจ้าของไก่และด้วยนิสัยของนักพนันจึงทำให้
มีการแข่งขันกัน การพัฒนาสายพันธุ์ของ ไก่ป่า จึงมีวิวัฒนาการเรื่อยมา
     ไก่ชน มีประวัติเล่าขานกันมาตั้งแต่สมัยพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช ( 356 – 323 ปี ก่อนคริสตกาล )
ประดู่แดงหางดำ
ไก่ชนในเมืองไทย
ในอดีต พันธุ์ ไก่ชน ไทยเป็น “ มรดกของไทย “ มาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย กรุงศรีอยุธยา จนกระทั่งถึงกรุงรัตนโกสินทร์
มีหลายสายพันธุ์ด้วยกัน แต่ที่สำคัญที่สุดคือพันธุ์ “ประดู่หางดำ ” และ “ เหลืองหางขาว ” ในสมัยกรุงสุโขทัย
ไก่ชนประดู่หางดำพันธุ์แสมดำ ได้ชื่อว่า “ ไก่พ่อขุน ” เนื่องจากว่าเป็นไก่ที่พ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรงโปรด
สมัยกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงนำ “ ไก่เหลืองหางขาว ” จากบ้านกร่าง เมืองพิษณุโลก
ไปชนชนะไก่ของพระมหาอุปราชาที่กรุงหงสาวดี ไก่พันธุ์นี้เป็นที่นิยมเลี้ยงกัน ตามซุ้มที่เลี้ยง ไก่ชน มักจะมี
ไก่ชนเหลืองหางขาว เลี้ยงไว้เพื่อเป็นไก่นำโชค และนิยมเรียกชื่อว่า “ ไก่เจ้าเลี้ยง ”
ประดู่หางดำ
ไก่เหลืองหางขาว
เนื่องจากประเทศไทยอยู่ใกล้กับอินเดีย จึงทำให้ไทยได้รับขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรม และความเชื่อทางศาสนา
ตลอดจนศิลปวิทยาการต่างๆมาจากอินเดียหลายอย่าง อาจจะเป็นไปได้ที่ไทยได้นำ ไก่ชน จากอินเดียมาเพาะเลี้ยง
และคงจะมีการนำ ไก่ชน เข้ามาก่อนที่อังกฤษจะนำ ไก่ชน ไปจากอินเดีย ทั้งนี้เนื่องจากว่า สมเด็จพระนเรศวรฯ ได้ทรงใช้
ไก่ชนดำเนินกลยุทธ์ทางการเมืองมาก่อนที่อินเดียจะเสียเอกราชให้แก่อังกฤษเสียอีก แต่อย่างไรก็ตามอาจจะเป็นไปได้ที่
ไก่ชน ของไทยมีมานานก่อนแล้วแต่ไก่ชนพันธุ์อินเดียคงจะเข้ามาในประเทศไทยพร้อมๆ กับศาสนาพราหมณ์และวัฒนธรรมอื่นๆ
                                                                                                 การ ต่อไก่ ชนไก่ และการ ฝึกไก่ มีปรากฏอยู่ในวรรณคดีไทยมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา และสมัยกรุงรัตนโกสินทร์
ก็มีการละเล่น เพลงปรบไก่ และ การชนไก่ ในฤดูที่ว่างเว้นจากการทำเกษตรกรรมเรื่อยมาจนกระทั่งมาถึง
ยุคสมัยเชื่อผู้นำชาติพ้นภัย ( จอมพล ป. พิบูลสงคราม ) ที่ส่งเสริมการทำสวนครัวและเลี้ยงสัตว์ ได้นำ ไก่พันธุ์เล็กฮอร์น
พันธุ์ออสตราลอฟ และพันธุ์โรดไอส์แลนด์เรด มาทำการผสมพันธุ์กับไก่ชนที่ชาวบ้านเลี้ยงกันอยู่จนกระทั่งกลายเป็นไก่พันธุ์ทาง
ทั้งยังประกาศให้เลิกเลี้ยง ไก่ชน อีกด้วย ไก่ชนเลือดแท้ในยุคสมัยนั้นจึงมีเหลือแอบเลี้ยงกันบางแห่งเท่านั้น
ทำให้วงการไก่ชนของไทยซบเซาลงไปครั้นถึงรัฐบาลนายควง อภัยวงศ์ เป็นนายกรัฐมนตรี จึงได้มีการฟื้นฟู
กีฬาไก่ชน ขึ้นมาอีกจนกระทั่งทุกวันนี้ปัจจุบันการเลี้ยงไก่ชนแยกออกได้หลายประเภททั้งนี้เพื่อประโยชน์ต่างๆตามความนิยม
เช่นเลี้ยงเพื่อการค้าโดยการขายเป็นพ่อพันธุ์ในราคาที่สูงหรือเพื่อการนำไปแข่งขันและเลี้ยงเป็นอุตสาหกรรมในฟาร์มขนาดใหญ่
เพื่อทำธุรกิจส่งออก เป็นต้น
ประดู่ขาม
ดองกี่
ไก่กับสังคมไทย
                                                                 ความผูกพันระหว่างคนไทยกับไก่มีมานานจนไม่อาจประมาณเวลาได้ในสมัยอดีตตามชนบทแทบทุกหมู่บ้านนิยมเลี้ยงไก่
ไว้สำหรับเป็นสัตว์เลี้ยงประจำบ้าน เพื่อไว้ดูเล่นเป็นอาหารหลักและอาหารเสริม หรือเลี้ยงไว้เพื่อใช้ในการชนแข่งขัน
ไก่ จึงมีความเกี่ยวพันกับสภาพแวดล้อมและความเป็นอยู่ของสังคมไทยนานับประการ
       ปัจจุบันนี้ ไก่ นับได้ว่าเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่สำคัญเนื่องด้วยไก่เป็นสินค้าส่งออกอันดับต้นๆ ของประเทศ
โดยมีมูลค่าการส่งออกไม่ต่ำกว่าปีละหลายร้อยล้านบาท จนสามารถทำให้เจ้าของธุรกิจกลายเป็นอภิมหาเศรษฐีติดอันดับได้.

 

 

 

 

 

 

หน้าแรก การเลี้ยงไก่ชน พันธุ์ไก่ชน เว็บบอร์ดไก่ชนสยาม คลิปไก่ชน ติดต่อเรา ตลาดนัดไก่ชน