หน้าแรก การเลี้ยงไก่ชน พันธุ์ไก่ชน เว็บบอร์ดไก่ชนสยาม คลิปไก่ชน ตลาดนัดไก่ชน ฟาร์มไก่ชน
รับฟรีตั๋วเครื่องบินไป-กลับ AirAsia จากบัตรเครดิตกสิกรไทย
โปรโมทฟาร์ม & ซุ้มไก
Review
ซุ้ม กบินทร์บุรี
แนะนำสนามชนไก่
สนามชนไก่สหกรณ์บ้านเขว้า
 
สนามชนไก่ธารทิพย์ฟาร์ม
สนามชนไก่อินโดจีัน
นามชนไก่ฝนจางชลบุรี
สนามชนไก่สหกรณ์บ้านเขว้า
สนามชนไก่ประสพโชค
สนามชนไก่แก้วโคกกรวด
สนามชนไก่สะพานสูง
สนามชนไก่เขียวมรกต
สนามชนไก่กาดสมานชัย
สนามชนไก่บัวหลวงธาน
สนามชนไก่ลาดหลุมแก้ว
สนามชนไก่ป.บางเลนนครปฐม
สนามชนไก่แม่ย่อยหลวง
สนามชนไก่เพชรน้ำหนึ่ง
สนามชนไก่ดอยทอง
สนามชนไก่บ้านแหลม
สนมไก่ชนนายปริญญา
สนามชนไก่มหาลาภ
สนามชนไก่ท่าเกษม
สนามชนไก่เทิดไท
สนามชนไก่ภูมิไพลิน
สนามชนไก่ คลอง8
สนามชนไก่ ส.สมโภชน์
ซุ้มกบินทร์บุรี  Update
ฟาร์ม โชคบัญชา
ซุ้ม ป.กัมปนาท
ซุ้มโชคสามชัย
ฟาร์มไก่ชนลำปำ
ซุ้ม ต.ปานมีชัย ลำพูน
ซุ้มยอดชัย
ฟาร์มไก่ชน ท่าเกษม
เหมราชฟาร์ม
มณีแดง ฟาร์ม
ซุ้มตรีเพชร ฟาร์มไก่ชน
วายุ ฟาร์มไก่ชน
ฟาร์มไก่ชนพม่าพระราม2
ภัทร ฟาร์มไก่ชน
ซุ้มไก่ชนอาลาดิน
ซุ้มไก่ชนไฉนดอนเมือง
เชิงตราดไก่ชนฟาร์ม
โคคาโคล่าฟาร์ม
ไก่ชนเหล่าพนมไพร
ต.โอซีฟาร์ม
ทรัพย์กอบโชคฟาร์ม
เก้าสิงห์ทองฟาร์ม
แป๊ะไซง่อนบางเลน นครปฐม
ฟาร์มไก่เพชรชาววัง
เพชรหนามพรหม
เพชรวัดน้ำฟาร์ม
พญาเสือฟาร์ม
ซุ้มแรงเยอร
ส.แสงทองฟาร์ม
ฟาร์ม ศ. เอกเจริญ
ไก่ชนส.เทพประทาน
ซุ้มไก่ ช. นำชัย
ซุ้ม พ. อิมพอร์ต
ซุ้ม พรหมลิขิต
ซุ้ม ส.มีสุวรรณ
ซุ้ม ส. ปิยะทรัพย
ซุ้ม ส. นันทนัช
ซุ้ม ต. ชัยณรงค
ซุ้มอนันต์ เรืองโรจน
ซุ้มฉกัญจน
ซุ้มโชคชาววัง
ชุมพลฟาร์มไก่ชน
ซุ้มพลอยชมพ
สุพร 101 ฟาร์มไก่ชน
สุปัญญาฟาร์มไก่ช
ต้นกำแพงฟาร์ม 
ซุ้ม กิตสานานัยไก่ชน 
ไก่ชนกรุงเทพ
ไก่ชนคนบ้านเฮา
ไก่ชนเนเจอร
ซุ้มพญาเจ้าฟ้า
ซุ้ม ว.วิวัฒนานนท
ซุ้ม เพชรปากช่อง
ซุ้ม จงอางศึก
ซุ้ม เพชรดอยเต่า
ซุ้ม เมียหลวง
ญาณิศาฟาร์ม
โดนัทฟาร์มไก่ชน
ซุ้มต้นแสนแปดริ้ว
ธีรดาฟาร์มไก่ชน
บ้านไก่ชนฟาร์มไก
เพชรงามกาฬสินธุ์ ไก่ชน
สุดยอดฟาร์ม ไก่ชน
เพชรสุราษฎร์ฟาร์ม ไก่ชน
เพชรแคนทองฟาร์ม
เมืองแพร่ฟาร์มไก่ชน
ม่สะเรียง-มงคลทองไก่ชน
ยอดระกาฟาร์มไก่ชน
ศิริกุลไก่ชน
ศิวัดตราไก่ชน
อ.วิชัยฟาร์มไก่ชน
อ.อนุรักษ์ฟาร์มไก่ชน
สิงห์ลำพองฟาร์มไก่ชน
กิตติภพฟาร์มไก่ชน
ซุ้มเพชรยืนยง
แม่เฉยไก่ชน
อาณาจักรกรุงเทพฯไก่ชน
ซุ้มทับทิมไก่ชน
กติกาการชนไก
การเลี้ยงก่อนนำไปชน
เทคนิคการเปรียบไก่ชน
การรักษาไก่ชน
การดูแลหลังชนไก
สมุนไำพร่ไก่ชน
การเพาะพัฒนาสายพันธ์
การเลี้ยงลูกไก่ชน
เทคนิคดูไก่เก่ง
ย้อนรอยไก่ชนไทย
อุปกรณ์ไก่ชน
ปฎิทินไก่ชน
อัพเดทสนาม
ชุมชนคนรักไก่ชน
สมุดสนามชนไก่ต่างๆ
สายพันธุ์ไก่ชน
พันธุ์ไก่พื้นเมือง
พันธุ์ไก่ชน
ไก่เหล่าป่าก๋อย
ไก่สายพันธุ์พม่า
ไก่สายพันธุ์ไซ่ง่อน
ก่สายพันธุ์ไทย100
เกล็ดไก่ชนแบบต่างๆ
  ไก่เหล่าป่าก๋อย
ไก่เหล่าป่าก๋อย ของกุสุมาลำพูน ภาพจาก หนังสือกีฬาไก่ชน
ตำนานและกำเนิดของสายพันธุ์เหล่าป่าก๋อย
หมู่บ้านเหล่าป่าก๋อย ตำบลน้ำดิบ อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน เป็นแหล่งสถานที่ให้กำเนิดสายพันธุ์ไก่ชนมีเชิงกัดจิก ไม่เลือกที่ คาบบ่าตีตัว
(ก้าบจัด)ทรหดอดทน และที่สำคัญตีแรงตีหนัก (ฆ้อนหนัก) ซึ่งไก่ชน สายพันธุ์นี้ให้ชื่อเรียกตามหมู่บ้านว่า "ไก่เหล่าป่าก๋อย"
เล่ากันว่า พ่อหลวงสุพจน์ วิจิตร ผู้ใหญ่บ้านป่ารกฟ้า ตำบลน้ำดิบ อำเภอป่าซางเมื่อประมาณ 30ปีก่อนเมื่อพ่อหลวงสุพจน์ได้ถูกเกณฑ์ทหาร
เข้าประจำการในเขตภาคตะวันออกหลังจากปลดประจำการแล้วก็ได้นำไก่ชนของเมืองจันทน์กลับมาด้วยเป็นไก่สีเหลืองเลาตัวผู้มีลีลาการ
ชนคล้ายๆ ไก่เชิงตราด คือ มัดล็อค มุด ตีตัว และลอดทะลุหลัง ส่วนตัวเมียเจ้าของไม่ให้เพราะห่วงสายพันธุ์ เมื่อกลับมาถึงบ้านป่ารกฟ้าก็
ได้นำ มา พัฒนาผสมพันธุ์กับไก่พื้นบ้าน ซึ่งมีลักษณะเด่น คือ เดินหน้าจิกหลังตีทั่วตัว ไม่ต้องใช้เชิงก่อนเป็นไก่รอยเล็ก น้ำหนักราว1.8-2
กิโลกรัม ปรากฎว่าลูกครอกแรกๆถือว่าใช้ได้ แต่พอต่อๆมากเริ่มใช้ไม่ได้ เพราะสาเหตุการผสมครอกหรือสายเลือดเดียวกันทุกๆปี ทำให้
เกิด เลือดชิดพ่อหลวงสุพจน์จึงกลับไปเมืองจันทน์อีกครั้ง เพื่อเสาะหาสายพ่อพันธุ์เหลืองเลาตัวเก่ง และก็ได้กลับมาหลายตัว เมื่อ ผสม
ไปได้ี หลายปีปรากฎว่าลูกไก่ที่ออกมามีโครงสร้างตามสายพันธุ์และที่สำคัญมีชั้นเชิงดีกว่าพ่อและแม่พันธุ์เดิม คือได้เชิงดีทั้งจากพ่อและ
แม่ โดยเฉพาะเชิงเดินหน้าตีและจิกหลังตีทั่วตัว ซึ่งถือว่าเป็นลักษณะเด่นของไก่สายพันธุ์นี้ ต่อมาก็มีนักเล่นไก่ต่างหมู่บ้านได้นำสายพันธุ์
ไก่นี้ไปเลี้ยงและพัฒนาต่อเนื่อง
                                                                                                   หมู่บ้านเหล่าป่าก๋อย ก็เป็นอีกหมู่บ้านที่ได้รับสายพันธุ์ไก่มาจากพ่อ                                                                                                    
หลวงสุพจน์และไก่สายพันธุ์จิกกัดไม่เลือกที่จากบ้านเหล่าป่าก๋อย นี้เอง ที่ถูกนำออกชนและสร้างชื่อเสียง จนขนานนาม ไก่สายพันธุ์นี้ว่า
"ไก่เหล่าป่าก๋อย" ยังเล่าต่อกันอีกว่าในการพัฒนาไก่เหล่าป่าก๋อยในรุ่นต่อๆมา มี กำนัน แก้วปาปวนอดีตกำนัน3สมัย แห่งตำบลน้ำดิบ
อำเภอป่าซางได้เป็นผู้อนุรักษ์และพัฒนาไก่ชนเหล่าป่าก๋อยเช่นกัน โดยได้สายพันธุ์มาจากพ่อหลวงสุพจน์
คุณเชียร สันกำแพง ประธานชมรมอนุรักษ์ไก่ชนเมืองเหนือ จังหวัดลำพูน ได้เล่าถึงความเป็นมาว่า เมื่อประมาณปี 2526-2527สมัยนั้นเซียน
ไก่ชนไม่มีใครเล่นไก่ชนที่มีเชิงลักษณะไก่เหล่าป่าก๋อย แต่จะนิยมเล่นไก่สายพันธุ์พม่ามากกว่า คุณเชียร เล่าต่อไปว่าแต่เดิมนั้น
พ่อหลวงสุพจน์ และกำนันแก้ว ปาปวน เป็นผู้เลี้ยงและพัฒนาพันธุ์ แต่ก็ยังไม่ค่อยมีใครให้ความสนใจกับไก่ชั้นเชิงนี้เท่าไร จนกระทั่ง
นายเดช ปาปวน ชาวหมู่บ้านเหล่าป่าก๋อย ได้เหล่ากอสายพันธุ์ไก่นี้มาจากพ่อหลวงสุพจน์ และนำออกชนตามสนามชนไก่ในจังหวัด
เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง และจังหวัดใกล้เคียง และได้รับชัยชนะ สร้างชื่อเสียงให้กับไก่ชนสาย พันธุ์นี้เป็นอย่างมาก สมัยนั้นเล่ากันว่า
เซียนทางภาคเหนือพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า "ไก่อะไรจิกกัดทั้งตัว" ไก่ตัวที่สร้างชื่อเสียงให้นายเดช ปาปวน เป็นอย่างมาก เช่น ไอ้สาวิดีโอ ,
ไอ้สาน้อย และนายเดช ปาปวน มีเพื่อนที่สนิทและเล่นไก่ด้วยกัน คือ นายจำลอง ชัยปัน หรือที่รู้จักกันในนาม นายยืน ชาวบ้านหนองผ้าขาว
ตำบลน้ำดิบ อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน ก็เป็นผู้ได้รับเหล่ากอและพัฒนาสายไก่เหล่าป่าก๋อย หลังจาก นายเดช ปาปวน เสียชีวิตแล้ว
นายจำลอง ชัยปัน หรือ นายยืน เปิดเผยว่า เดิมที่ตนและนายเดช ปาปวน เป็นเพื่อนสนิทกันมาก นายเดชเป็นชาวบ้านเหล่าป่าก๋อยและเป็น
หลาน ของกำนันแก้ว ปาปวน หลังจากที่นายเดช เสียชีวิต ตนเองได้ นำไก่สายพันธุ์ของนายเดชมาเลี้ยงและพัฒนาสายพันธุ์สืบต่อมา
ไก่ชนที่ทำชื่อเสียงให้กับ นายจำลอง ชัยปัน หรือนายยืน ได้แก่ ไก่ชื่อไอ้แจ้ ซึ่งเป็นพ่อพันธุ์และให้ลูกเก่งออกมาหลายตัว คือ ไอ้ทหารเรือ
ไอ้ แดงน้อย ไอ้แดงหน้าง่อม ตัวที่นายยืน พูมใจที่สุดก็คือ ไอ้หนุ่มเหนือ คาราบาว หรือไอ้สามแสนสาม ชนชนะไก่พม่าที่สนามชนไก่ เวล
จังหวัดนครปฐม เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2543 ไก่ตัวนี้เป็นไก่ลูกเพาะของ ตน เกิดที่ บ้านหนองผ้าขาว หรือบ้านวังสวนกล้วย
ไก่ชนไอ้หนุ่มเหนือคาราบาว ตนเองเพาะเลี้ยงและแบ่งกับครูรัน โดยครูรันเลี้ยงและออกชนในเขตภาคเหนือ จากนั้นครูรันได้ขายต่อให้กับ
คุณเลิศพงศ์ อดิศร หรือทนายก้อง
ไอ้หนุ่มเหนือคาราบาว มาจากสายพันธุ์ไอ้แจ้ ซึ่งเป็นพ่อพันธุ์สายหลักของนายยืน ไอ้แจ้เป็นพ่อไก่ให้ลูกเก่ง และไอ้แดงหน้าง่อมก็เป็นไก่เก่ง
ลูกของไอ้แจ้ และเป็นพ่อของไอ้หนุ่มเหนือคาราบาว ส่วนแม่ พันธุ์ ชือ แม่ยักษ์ ซึ่งให้ลูกเก่งๆหลายตัว เช่น ไอ้สองหมื่นเก้า ,ไอ้เขียววัว
,ไอ้องครักษ์จั่น ,ไอ้จิ้งหรีดทอง ,ไอ้แมงจอน เป็นต้น (คัดย่อจาก วารสารสื่อปศุสัตว์ ฉบับปีที่ ๒ ฉบับที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๔๓ )
ผู้สร้างตำนานเหล่าป่าก๋อยและผู้ร่วมอุดมการณ์เผยแพร่พัฒนาจนมาเป็นเหล่าป่าก๋อยที่โด่งดัง พ่อหลวงพจน์
พ่อหลวงพจน์หรือคุณสุพจน์ วิจิตร ผู้ที่คนยกย่องว่าเป็น"รากเหง้าของไก่เหล่าป่าก๋อย


พ่อหลวงสุพจน์มีความสนใจและรักไก่ชนตั้งแต่วัยเยาว์ เมื่ออายุครบเกณฑ์ทหาร
ก็ถูกคัดเลือกเข้าประจำการและมีโอกาสรู้จักกับเพื่อนทหารจากจังหวัดตราดที่ชื่น
ชอบไก่ชนเช่นเดียวกัน หลังจากพ้นประจำการจึงได้นำไก่ชนจากเพื่อนทหารที่
จังหวัดตราด กลับมาเลี้ยงที่บ้านเหล่าป่าก๋อย โดยได้เฉพาะพ่อไก่มาจากตราด
และนำมาผสมพัฒนากับไก่พื้นบ้านเหล่าป่าก๋อยลูกหลานที่ได้ปรากฎว่ามีชั้นเชิง
แตกต่างจากไก่เหนือทั่วไป คือ มีเชิงเข้าปีก มุดมัด เอี้ยวเลี้ยวคอบนกอดกดขี่
มีบ้างบางตัวคาบบ่าตีตัว และในรุ่นถัดๆมาจึงคัดผสมให้มีลงเหล่าคาบบ่าตีตัวเป็น
ลักษณะเฉพาะแต่ต่อมาพ่อหลวงสุพจน์มีภาระกิจมากจึงไม่มีเวลาให้กับ
การพัฒนาสายพันธุ์ไก่ชนอีกและได้มอบสายพันธุ์ไก่เชิงคาบบ่าตีตัวให้กับผู้อื่นต่อ
ไป เช่น นายยืนบ้านท่าไม้ ,ครูนิ่ม ,นายเสริฐ ,ครูเลิศบ้านเหล่าป่าก๋อย
รวมทั้งครูนิรันดร์แห่งวังสวนกล้วย เป็นต้น
กำนันแก้ว ปาปวน อดีตกำนันสามสมัยแห่งตำบลน้ำดิบ ได้นำสายพันธุ์ส่วนหนึ่งมาจากพ่อหลวงสุพจน์ มาเลี้ยงและพัฒนาจนตกทอดถึง
หลานชายคือ นายเดช ปาปวน
นายเดช ปาปวน นักเลงไก่ชน ผู้นำไก่ชนป่าก๋อยออกชนตามสังเวียนจนเริ่มเป็นที่รู้จัก เป็นดังผู้เปิดประตูให้ไก่ชนเหล่าป่าก๋อยออกมาจาก
ส่วนลำใย เพื่อผงาดในสังเวียน นายเดชเกิดและโตที่บ้านเหล่าป่าก๋อยจากเป็นคนที่ชอบไก่ชนจึงได้ทำการสะสมไก่เก่งๆในหมู่บ้านไว้
หลายตัว และหลายตัวที่มีอยู่ก็คือไก่เชิงคาบบ่าตีตัว สายพันธุ์พ่อหลวงสุพจน์ เมื่อนายเดชนำไก่เหล่าป่าก๋อยเข้าบ่อนมักจะได้รับชัยชนะ่
เสียส่วนใหญ่ประกอบกับลีลาชั้นเชิงแตกต่างจากไก่เหนือทั่วไป จึงเป็นที่ติดตาต้องใจของผู้พบเห็นเชิงชนซึ่งมีทั้งกัดบ่าตีตัว ตีไม่เลือกที่
กัดกระชากถอนขน ทำให้คู่ต่อสู้บาดเจ็บรำคาญด้วยชัยชนะและเอกลักษณ์คาบบ่าตีตัว กัดตีไม่เลือกที่ จึงมีผลให้ทุกคนรู้จักไก่เหล่า
ป่าก๋อยแพร่หลายมากขึ้นถือว่านายเดช ปาปวนเป็นผู้ทำให้วงการไก่ชนรู้จักกับไก่ชนอีกสายพันธุ์ คือ ไก่เหล่าป่าก๋อย
แต่นายเดชเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อยังอายุน้อย ช่วงชีวิตสั้นนักเกินกว่าจะเห็นสายพันธุ์นี้ ผงาดและรู้จักทั่วไปในวงการไก่ชน
ทั้งประเทศ
คุณบุญเลิศ อินบุรี (อาจารย์เลิศ) ครูเลิศกล่าวว่า ต้นกำเนินมาจาก ไก่พ่อหลวงสุพจน์ และคุณเสริฐ เอามาเลี้ยงไปชนที่เชียงใหม่และชนะ
มาตลอดก็เลยขอแบ่งซื้อจากคุณเสริฐมาเลี้ยง เป็นไก่สีเขียว


แต่พอเพาะพันธุ์ไปเรื่อยๆ ลูกหลานที่ได้มีสองสี คือ เหลืองและเขียวปากสี
ขาว หงอนไม่ใหญ่ไม่เล็กได้สัดส่วนสวยงาม ผิวหนังปั้นขาไม่ค่อยแดงหาง
ส่วนมากจะออกดอกๆ แข็งเป็นเกล็ดสองแถวเสียส่วนใหญ่ ข้อเสียของไก่
เหล่าป่าก๋อย คือ ปีกแห้งกรอบ ลักษณะเชิงตีจะเป็นไก่ก้าบหลัง คือ ตีตัว
มุดมัด จิกกระชากขน แต่ถ้าหัวระเบิดอันตรายมากหมายถึงยื่นหัวแลกแข้ง
เพื่อเข้าวงใน ถ้าเดินช้าด้วย โอกาสจะเกิดแผลที่หัวมีมาก แต่ถ้าไปเจอเชิง
ที่เหมือนกัน และสู้ไม่ได้ ก็ลงลายหัวเหมือนกันดังนั้น เขาจึงไม่ค่อยปล้ำกัน
เอง เพราะมักจะเสียไก่ทั้งคู่ เชิงที่ถือว่าดีที่สุดของไก่เหล่าป่าก๋อย
จะต้องเข้าปีกแล้วก้าบหลัง เดินหน้า ไก่ป่า ก๋อยจะแพ้ทางเชิงม้าล่อ
ครูเลิศเปรยถึงไก่ตัวเก่งชื่อไอ้แก้ว ซื้อมาในราคา ๕,๐๐๐ บาท จากเชียงใหม่
และต่อมาได้มอบให้คุณแอ๊ด คาราบาว ไป
การคัดเลือกพ่อพันธุ์ อาจารย์เลิศ กล่าวว่า ต้องเป็นไก่ที่ชนชนะมาแล้ว คางเคราสีเหลือง หางดอก ส่วนแม่พันธุ์จะมีแม่เดิมเป็นหลักซึ่งเป็น
เหล่าที่มีเชิงก้าบ หัวดอก ตกกระตามตัว แม่สีนี้จะให้ลูกเก่งค่อนข้างมาก ในแต่ละครอก อาจารย์เลิศ กล่าวเพิ่มเติมว่า ไก่ในซุ้มที่เก่งก็จะมี
สีเขียวเลา ออกชนมา2ปีแล้ว ปีละ3-4ไฟท์ แล้วก็มีอีกตัวของครูนิ่ม คือ เจ้าแก้วฟ้า
คุณอุปถัมน์ ใจธัญ (ครูนิ่ม) ครูนิ่มกล่าวว่า ไก่ที่ทำชื่อเสียงให้กับเหล่าป่าก๋อยตัวหนึ่ง เป็นไก่ลาย เจ้าของคือ พ่อหลวงเทวราชหรือพ่อหลวง
นวย เป็นไก่ที่กัดบ่า ตีตัว ตีแรง ปีแรกตีได้ไม่กี่ครั้งก็พัก พอปีที่สองก็ ออกชนที่เชียงใหม่ โดยมีครูเลิศและนายเดชเป็นผู้นำออกตีครูนิ่มกล่าว
ว่า ได้สายพันธุ์มาจากพ่อหลวงนวย โดยตัวที่ได้มามีเชิงกัดบ่า ตีตัว เป็นหลัก


ไก่สายพันธุ์ของพ่อหลวงนวยได้ขยายตัวขยายพันธุ์กว้างขวางและมีเชิงชน
คาบบ่าตีตัว ในรุ่นถัดๆมาก็มีคนนำสายพันธุ์ของพ่อหลวงพจน์มาผสมสาย
เลือดกันอีก ไก่เก่งๆ เชิงคาบบ่าตีตัวได้ออกนำไปตีที่เชียงใหม่ ในใช้ชื่อ
เหล่าป่าก๋อย ก็เลยเรียกติดกันว่าไก่เหล่าป่าก๋อย ในสายตาของครูนิ่ม
ไก่ป่าก๋อยมีรูปร่างล่ำเตี้ย รอยเล็กประมาณ 2กก. นานๆจะมี 2.5-2.6 กก.
สักตัว สีจะคล้ายกับไก่เหลืองหางขาวของภาค กลาง มักจะมีหัวดอก
หรือด่างหางดอกไหล่ดอกเขาดอกเป็นตกกระตามตัวปากขาวปากเหลือง
อาจมีปากดำบ้าง แข้งส่วนใหญ่จะเป็นเกล็ดสองแถว แข้งเหลี่ยมๆ
ข้อเสียคือ ถ้าอายุไม่ดีกระดูกไม่ดี ตีไปเรื่อยจะซึมจะให้ดีต้องรอชน
ขวบจึงเลี้ยงออกชนจะดีกว่า ชั้นเชิงป่าก๋อยเป็นไก่ไม่เลือกทีตีจิกจับได้ตี
กระชากขนซึ่งไก่เหนือ(พม่า)จะไม่ชอบแต่ไก่เหล่าป่าก๋อยจะไปแพ้ทาง
ไก่เชิงม้าล่อ และไก่เหล่าป่าก๋อยด้วย กัน
คุณเทวราช หยุมปัญญา(พ่อหลวงนวย)


พ่อหลวงนวย ผู้ใหญ่บ้านหมู่บ้านเหล่าป่าก๋อยตำบลน้ำดิบอำเภอป่าซางลำพูน
เล่าถึงไก่เหล่าป่าก๋อยว่า เป็นไก่ลีลาจิกหลัง ไล่บี้ประชิดตัวทำให้ไก่พม่า
ที่นิยมกันในภาคเหนือไม่มีจังหวะโยก ถอย หลบได้ทันเมื่อมาพบกันก็พลัดกัน
แพ้ชนะ จึงเป็นคู่ปรับที่เหมาะสมกันมากพ่อหลวงนวยเล่าต่อว่าต้นตระกูลเหล่า
ป่าก๋อย ของพ่อหลวงนวย ได้นำแม่พันธุ์มาจากหนองยวง ส่วนพ่อพันธุ์มา
จากห้วยไฟซึ่งเป็นไก่พื้นเมืองภาค เหนือ มีลักษณะเชิงชนไม่เลือกที่ตีชนชนะ
มาหลายครั้งได้นำมาเป็นพ่อพันธุ์หลักจากนั้นได้แม่พันธุ์มาจากพ่อหลวงสุพจน์
ที่บ้านป่ารกฟ้า ซึ่งแม่พันธุ์มีลักษณะเชิงจิกหลัง ถอนขน เข้าปีก ล็อค มุดมัด
ตีลำตัว บุก ไล่ประชิดตัว ปัจจุบันไก่ของหมู่บ้านเหล่าป่าก๋อยแพร่กระจายออก
จากหมู่บ้าน ไปมากขึ้น ทำให้มีการพัฒนาสายพันธุ์อยู่ตลอดเวลาและเก่งฉกาจ
ฉลาด ดีขึ้นกว่าในอดีต เป็นที่รู้จักของนักเลงไก่มากขึ้น
คุณจำลอง ชัยปัน (นายยืน)


คุณจำลอง ชัยปัน หรือนายยืน เปิดเผยว่า เดิมที่ตนและนายเดชปาปวน เป็นเพื่อนสนิท
กันมากนายเดชเป็นคนบ้านเหล่าป่าก๋อย และเป็นหลานชายของพ่อกำนันแก้วปาปวน
อดีตกำนันตำบลน้ำดิบสามสมัย หลังจากที่นายเดช เสียชีวิต ตนได้นำไก่สายพันธ์ของ
นายเดช มาเลี้ยงไวและพัฒนาต่อมาจนถึงปัจจุบัน นายยืนเล่าต่อไปว่า ไก่ชนที่ตนเพาะ
เลี้ยง และทำชื่อเสียง เช่น ไอ้แจ้ ไอ้ทหารเรือไอ้แดงน้อย ไอ้แดงหน้าง่อมตัวที่สร้าง
ความพูมใจ ให้มาก ก็คือ ไอ้หนุ่มเหนือ คาราบาว หรือไอ้สามแสนสามชนชนะไก่พม่า
ที่สนามชนไก่เวล นครปฐม เป็นไก่ลูกเพาะของตนเกิดที่บ้านหนองผ้าขาวหรือบ้าน
วังสวนกล้วย โดยตนเองเพาะแบ่งกับครูรัน จากนั้นครูรันได้นำไปเลี้ยงแล้วออกชนใน
เขตภาคเหนือ จากนั้นครูรัน ก็ขายให้กับทนายก้องหรือคุณเลิศพงศ์ อดิศร
ไอ้หนุ่มเหนือคาราบาว เป็นหลานไอ้แจ้ ซึ่งเป็นพ่อพันธุ์หลักของตน เป็นลูกของไอ้
แดงหน้าง่อม ส่วนแม่ไก่คือ แม่ยักษ์ ซึ่งให้ลูกเก่งมากหลายตัว เช่น ไอ้สองหมื่นเก้า
ไอ้เขียววัว ไอ้องค์รักษ์จั่น ไอ้จิ้งหรีดทอง และไอ้แมงจอน เป็นต้น
ภาพไก่เหล่าป่าก๋อย ชื่อ ไอ้ไมค์ จากชมรมอนุรักษ์ไก่ชนเมืองเหนือ
ผลงานไก่เหล่าป่าก๋อย
ไก่คู่หยุดโลก หนุ่มเหนือคาราบาว กับ ไอ้จรวด เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2543
หนุ่มเหนือคาราบาว สายพันธุ์เหล่าป่าก๋อย อายุ18 เดือน ไก่ลูกแซม น้ำหนัก 2.8 กก. / สถิติการชนในบ่อนมาตรฐาน2 ครั้ง1.สนามกีฬาชน
ไก่แม่สายตีกับไก่พม่า ชนะ 2อันกว่า ,2.สนามกีฬาชนไก่เชียงราย ตีกับไก่พม่า ชนะอันกว่า /เชิงชนเท้าบ่า ประชิดตีตัว ตีหน้ากระเพาะ
เจอไก่บุกจะดึงหลัง มุดตี /สภาพก่อนชน มีแผลที่ขา-อก สภาพร่างกาย 70% /เจ้าของคุณเลิศพงศ์ อดิศร (ทนายก้อง จังหวัดลำพูน)
ไอ้จรวด สายพันธุ์ไทยพม่า อายุปีเศษ ลูกแซม น้ำหนัก 2.8 กก. /สถิติการชนในบ่อนมาตรฐาน2ไฟท์ 1.สนามกีฬาชนไก่นครปฐมชนะอัน
กว่า 2.สนามเดียวกัน ชนะ2อันกว่า /เชิงชนมีทุกรูปแบบ ถอยตีเป็นอาชีพ สภาพก่อนชน มีเวลาเตรียมตัวเดือนกว่าไม่มีอาการบาดเจ็บสภาพ
100% /เจ้าของกำนันสมคิด เปี่ยมคล้า เดิมพันข้างละ 330,000 บาท ร่วมเดิมพัน 660,000 บาท
ความคิดเห็นก่อนชน
คุณเลิศพงศ์ อดิศร (ทนายก้อง)เจ้าของไก่หนุ่มเหนือคาราบาวกล่าวว่าไก่ตัวนี้เป็นไก่เหล่าป่าก๋อยเป็นไก่ตีกับพม่าโดยตรงมองว่าหนุ่มเหนือ
ต้องไล่ตีแน่นอน ส่วนคู่ต่อสู้ต้องถอยตี เชื่อว่าหนุ่มเหนือจะสามารถเดินชิดติดตลอดจนไอ้จรวดตั้งตัวไม่ติดแม้ว่าสภาพร่างกายของหนุ่ม
เหนือจะไม่สมบูรณ์ เต็มทีก็ตาม เพราะได้แผลที่หน้าอกและขามากจากการชนครั้งล่าสุดแต่ทนายก้องก็กล่าวว่าไม่มีปัญหา เพราะคิด
ว่าเชิงไก่ของหนุ่มเหนือจะเป็นต่อแน่นอน
กำนันสมคิด เปี่ยมค้า เจ้าของไอ้จรวด ยืนยันความมั่นใจว่า ไอ้จรวดเป็นไก่ถอยตี น้ำหนักอายุเท่ากัน จึงเชื่อว่าชนกันไดและได้เตรียมตัว
ก่อนชนมาเดือนกว่า สภาพร่างกายเต็ม100 จึงมั่นใจว่าจะได้รับชัยชนะแน่นอน
ปล่อยหางอันแรก ไก่แอ๊ดก็เป็นต่อทันที
เมื่อเริ่มอันแรก หนุ่มเหนือก็เป็นต่อไอ้จรวดทันทีด้วยความเชื่อถือในชื่อค่ายคาราบาวราคาเริ่มต้น 5-4 กรรมการปล่อยหางไก่ทั้งคู่เริ่มเข้าห่ำหั่น
กัน เป็นไปตามคาดหมาย หนุ่มเหนือเดินรุกประชิดตัว เท้าบ่า ตีตัวส่วนไอ้จรวดก็ถอยตีโต้ตามสไตล์นานๆกว่าจะออกอาวุธแต่ก็ไม่ผิดหวัง
เพราะอาวุธที่ออกมาแรงและแม่นเซียนในสนามยังมั่นใจหนุ่มเหนือให้เป็นต่อไอ้จรวด 3-1 ช่วงปลายอันหนุ่มหนือเดินติดตลอดชนิดไม่ให้เวลา
ไอ้จรวดได้หายใจ ไอ้จรวดเริ่มออกอาการป้อแป้ ล้มลุกคลุกคลานทำอะไรหนุ่มเหนือไม่ได้ ราคาพุ่งให้หนุ่มเหนือเป็นต่อ 5-1 ก่อนหมดอัน
ไอ้จรวดสวนกลับได้บ้าง แต่ละดอกแรงๆทั้งนั้น ทำให้ไอ้ จรวดตีตื้นกลับมาได้บ้าง จบอันหนุ่มเหนือเป็นต่อ 3-1
อันสอง หนุ่มเหนือคุมเกมได้หมดบี้ไอ้จรวดแทบหมดสภาพ
เริ่มอันสองหนุ่มเหนือยังเดินชิดต่อเหมือนรู้ว่าถ้าหยุดเมื่อไร ไอ้จรวดตีตายแน่ หนุ่มเหนือเดินติดชิดขยันตี ราคาไหลเป็นวันเวย์ หนุ่มเหนือ
เป็นต่อ 5-1 ลูกขยันตีจิกขนของหนุ่มเหนือได้ผล หัวไอ้จรวดเริ่มมีเลือด ออกมาให้กองเชียร์ได้เฮ ที่คอไอ้จรวดมีรอยบอบช้ำไม่น้อยเซียน
น้อยใหญ่ เชื่อว่าไอ้จรวดเสร็จแน่ ราคาหนุ่มเหนือไหลไปถึง 8-1 ไอ้จรวดพยายามแก้สถานการณ์แต่ก็ไม่เป็นผลเพราะโดนไล่บี้จนตั้งตัวไม่ติด
จาก ถอยตีเป็นถอยล้ม ถอยหงาย จนหมดอัน
อันสาม แผลเก่าหนุ่มเหนือกำเริบ สถานการณ์พลิกผัน
เริ่มอันสาม เซียนดูสภาพไอ้จรวดแล้วท้อใจ ไม่น่ารอด เริ่มอัน ราคาหนุ่มเหนือเป็นต่อ 7-1 อันสามไอ้จรวดสุกงอมสังเวียนเต็มไปด้วยขน
ไอ้จรวด หลังจากโดนหนุ่มเหนือจิกตีตลอด ไอ้จรวดยังแก้เกมเดินติดของหนุ่มเหนือไม่ได้หลายคนมองว่าน่าจะจบเกมส์ในอันนี้แต่แล้วแผล
เก่า ที่ขาของหนุ่มเหนือจากไฟท์ก่อนก็เริ่มกำเริบเลือดไหลออกจากขาหนุ่มเหนือเป็นทางทำให้หนุ่มเหนือไม่ขยันตีเหมือนเก่าแต่ยังเดิน
ติดไม่ยอมห่าง ทำให้กองเชียร์ไอ้จรวดได้ลุ้นขึ้นมาบ้าง ราคาไอ้จรวดตีตื้นขึ้นมาจบอันหนุ่มเหนือเป็นต่อ 2-1
อันสี่ และอันห้า หนุ่มเหนือปิดแผลออกมาตีเรียกเสียงเฮ
หนุ่มเหนือปิดแผลที่ขาเรียบร้อยไม่มีเลือดออก เริ่มอันหนุ่มเหนือขยันตีเดินติดตามสไตล์ถนัด แผลที่ขาไม่มีปัญหา อันที่ห้าไอ้จรวดโดนแข้ง
ของหนุ่มเหนือ ที่หน้ากระเพาะเต็มๆหลายที ราคาหนุ่มเหนือเป็นต่อ ไปถึง 7-1 จนจบอัน
อันหก จุดจบไอ้จรวดเมาแข้งเป๋ไปมา หนุ่มเหนือกำชัย
อันหก ไอ้จรวดแทบไม่เหลือขนติดตัว คอตกจากถอยตีมาใช้วิชามัดเมาถอยล้มเอนซ้ายเอนขวาร่างกายบอกช้ำเต็มทีตัวเล็กหดลงถนัดตา
ดูหนุ่มเหนือใหญ่กว่ามาก ช่วงกลางอันหนุ่มเหนือบินตีด้วยท่า อินทรีย์ตะครุบเหยื่อเข้าเต็มลำ ไอ้จรวดอดทนไม่ไหววิ่งหนีอย่างหมดรูป
เสียงปรบมือดังลั่นสนาม
การวิเคราห์ของผู้สันทัดกรณี
คุณประทีบ ปริชาตปรีชา(เสี่ยเน้า) กล่าวว่า " สไตล์ตีของหนุ่มเหนือเป็นเชิงปราบพม่าผ่านไปสองอันหนุ่มเหนือก็มีโอกาสคว้าชัยชนะถึง 95%
สภาพไอ้จรวดไม่ไหวแล้ว ออกอาการคลุกเข่า บินไม่ออก ..." อัยการสมพงษ์ สุวรรณภักดี กล่าวว่า
" ไก่แอ๊ด เป็นไก่ลุยประชิดตัว ขี้โมโห อย่างนี้ถึงจะเป็นไก่ปราบพม่า ... "
( คัดย่อ สรุปความ จาก นิตยสารสื่อปศุสัตว์ ฉบับปีที่ 2 ฉบับที่ 19 มิถุนายน 2543 หน้า 19 เรื่อง ไก่คู่หยุดโลก โดยกองบรรณาธิการ )
ไก่เหล่าป่าก๋อยชื่อเจ้าเก๊าท์
ไก่เหล่าป่าก๋อยจากซุ้ม ฮาร์เลยเดวิดสัน


คุณชุมพล คำวังพฤกษ์ หรือครูมล
กล่าวว่า สีของไก่ป่าก๋อยมีเขียว-ลาย ถ้าเข้าสนามชนจะหาคู่ยาก เพราะเขากลัวว่า
ไก่ของเขาขนจะเสียหายสีนี้ไก่เก่งอยู่ที่บ้านอาจารย์นิ่ม ชื่อเจ้าเก๊าท์ปากแข้งสีขาว
ตาไม่เห็นแล้วทั้งสองข้าง ชอบเลี้ยงลูกไก่ กลางคืนเอาลูกไก่ให้มันเลี้ยงเจ้าเก๊าท์
จะให้ลูกไก่นอนเต็มหน้าอกเหมือนแม่ไก่เลี้ยงลูกชั้นเชิงป่าก๋อยจะเข้าประกบก้าบ
หลัง ประกบจิกหลัง ตีเลย แล้วหัวไม่อยู่นิ่ง หัวจะอยู่กับหลังคู่ต่อสู้ตลอดชนคอลึก
เท้าบ่าตีตัว เวลาเข้าจะมีโยนเข้าไปก่อนพม่าถอยไม่ทันแล้วจึงเข้าประกบวงใน
แต่ก็ไม่ได้มีทุกตัวป่าก๋อยบางตัวถ้าโง่เอาหัวเข้าไปก่อน พม่าเตะหัวระเบิด
ต้องคัดเลือกเอาเฉพาะตัวดีๆ ป๋าก๋อยบางตัวก็คาบบางตัวก็ไม่คาบ
สำหรับเชิงที่ป่าก๋อยไม่ชอบหรือแพ้ทางก็พวกม้าล่อ วิ่งๆแล้วตบ หรือที่พ่อหลวงสุ
พจน์เรียกว่า ไก่ดาวลอย


คุณแอ๊ด คาราบาว
ให้ทัศนะไว้ว่า อาจแบ่งไก่ป่าก๋อยออกเป็นเกรดได้คือ 1.จะต้องเป็นไก่ว่องไว
เข้าไก่เร็ว เข้าไปในระดับหน้าอกคู่ต่อสู้ มีทั้งเข้าไปตรงๆแล้วจิกคว้าบาดีดทัน
ทีที่ปาก คาบติดขน เมื่อเสียจังหวะจะโยกตัวเข้ามัดปีกบางตัวหัวยังไม่โผล่พ้น
จากใต้ ปีกก็ดีดใส่ตัวคู่ต่อสู้ได้ 2.จะต้องเป็นไก่มุดมัดลงซุกซ่อนใต%

หน้าแรก การเลี้ยงไก่ชน พันธุ์ไก่ชน เว็บบอร์ดไก่ชนสยาม คลิปไก่ชน ติดต่อเรา ตลาดนัดไก่ชน